dcsimg

ความมุ่งมั่นและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน

ความปลอดภัยอาหารและสุขอนามัยผู้บริโภค

ความมั่นคงทางอาหารเป็นวาระสําคัญที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจและกําหนดเป็นยุทธศาสตร์อาหารโลกและระดับภูมิภาค ด้วยเหตุนี้ บริษัทในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมาย “ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยตลอดกระบวนการ” ควบคู่ไปกับ “ส่งเสริมการเข้าถึงอาหาร” เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค ตลอดจนบรรเทาความหิวโหยและภาวะทุพโภชนาการในสังคม

ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยตลอดกระบวนการ

คุณภาพและความปลอดภัยอาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานของความมั่นคงทางอาหารและปัจจัยสําคัญต่อการดํารงสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภคและผู้คนในสังคม ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพในทุกด้าน บริษัทจึงให้ความสำคัญสูงสุดต่อคุณภาพและความปลอดภัยอาหารตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การวิจัยและพัฒนา การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ การผลิตอาหาร การบรรจุสินค้าและการขนส่ง จนถึงมือผู้บริโภค

การดำเนินงาน

  • วิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางผลิตภัณฑ์และกระบวนการ

    บริษัททุ่มเทในงานวิจัยและพัฒนาด้านอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการบริโภคมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมที่สร้างเสริมมูลค่าและคุณค่าเพิ่ม รวมถึงตอบรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยบริษัทมีศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านอาหารสัตว์ การเลี้ยงและพันธุ์สัตว์ ตลอดจนอาหารเพื่อการบริโภครวมกว่า 70 แห่ง และศูนย์การเรียนรู้เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนเทคโนโลยี รวมกว่า 40 แห่ง

  • บริหารจัดการตามมาตรฐานสากล

    ด้วยลักษณะการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร บริษัทจึงมีศักยภาพในการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพตลอดกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นระบบ ด้วยมาตรการเชิงรุกผ่านการประเมินความเสี่ยงในทุกขั้นตอน การปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติของบริษัทอย่างเคร่งครัด การตรวจประเมินและวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ นอกเหนือจากมาตรการเชิงตั้งรับที่มีประสิทธิภาพด้วยระบบการตรวจสอบย้อนกลับในทุกขั้นตอน มาตรการเรียกคืนสินค้า และการจัดการข้อร้องเรียนที่มีการกำหนดขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน

    นอกจากนี้ บริษัทยังนำมาตรฐานสากลด้านคุณภาพ ซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบและหน่วยงานอิสระ (Third Party) รวมทั้งนำมาตรฐานของกลุ่มลูกค้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ และการผลิตอาหารตั้งแต่ปี 2539 จวบจนปัจจุบัน

    ในปี 2560 บริษัทได้ริเริ่มโครงการมาตรฐานอาหารซีพีเอฟ หรือ CPF Food Standard ภายใต้นโยบายคุณภาพซีพีเอฟ (CPF Quality Policy) โดยทำงานร่วมกับสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (British Standards Institution หรือ BSI) เพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของบริษัท (Private Standard) ให้เป็นระบบเดียวกันทั่วโลก ในรูปแบบบูรณาการมาตรฐานสากลต่าง ๆ ที่บริษัทมีประกาศนียบัตรรับรองในปัจจุบัน เช่น ISO 9001, GMP, HACCP, BRC (British Retail Consortium), QS Quality Scheme for Food (QS) เป็นต้น โดยนำโมเดลธุรกิจแบบครบวงจรของซีพีเอฟมาออกแบบระบบมาตรฐานที่สามารถลดความเสี่ยงในทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งจะนำร่องในสายธุรกิจไก่เนื้อ ก่อนขยายการดำเนินงานให้คลุมทุกสายธุรกิจในประเทศไทยภายในปี 2561 และกิจการในต่างประเทศภายในปี 2563

    และเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบมีคุณภาพตามมาตรฐานของบริษัท และสอดคล้องตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านอาหารของประเทศไทยและประเทศที่บริษัทมีการดำเนินธุรกิจ บริษัทมีแผนการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร การตรวจวิเคราะห์เชื้อก่อโรคการตรวจวิเคราะห์การตกค้างของสารเคมี ซึ่งทั้งหมดดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการทดสอบอิสระ (Third Party) และผ่านการตรวจสอบจากลูกค้าและหน่วยงานรับรองเป็นประจำ ควบคู่ไปกับแผนการฝึกอบรมด้านคุณภาพและความปลอดภัยประจำปีสำหรับพนักงานทุกระดับทั้งส่วนกลางและประจำโรงงาน รวมถึงคู่ค้าธุรกิจอีกด้วย

  • ใส่ใจ "สวัสดิภาพสัตว์"... สนับสนุน "สุขภาพหนึ่งเดียว"

    จากแนวทางการบริหารจัดการสู่การปฏิบัติ

    ด้วยตระหนักดีว่าการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีครอบคลุมการดูแลความเป็นอยู่ของสัตว์ทั้งทางกายและทางใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยอาหาร บริษัทจึงมุ่งพัฒนาและยกระดับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสัตว์ และบ่มเพาะจิตสำนึกบุคลากรในการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ โดยได้จัดทำนโยบาย คู่มือ และมาตรฐานสำหรับการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างชัดเจน ทั้งยังนำแนวปฏิบัติสากล หรือ “หลักอิสระ 5 ประการ (Five Freedoms)” มาประยุกต์ใช้ในการจัดการฟาร์มไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด และสุกรในกิจการประเทศไทย

    จากแนวทางการบริหารจัดการสู่การปฏิบัติ

    บริษัทกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละสายธุรกิจทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของแต่ละสายธุรกิจทำหน้าที่ดำเนินงานและส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ตามนโยบายและแนวปฏิบัติของบริษัทอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการเป็นไปตามกฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของประเทศไทย กฎระเบียบของสหภาพยุโรปซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ข้อกำหนดของลูกค้า ตลอดจนมาตรฐานสากลด้านสวัสดิภาพสัตว์ โดยมีหลักเกณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจัดการเลี้ยงสัตว์ การจัดการอาหารและวิธีการให้อาหารสัตว์ การจัดการสุขภาพและการป้องกันโรค สุขอนามัยที่ฟาร์ม การเคลื่อนย้ายสัตว์สู่โรงงานแปรรูป การจดบันทึกข้อมูล และการฝึกอบรมพนักงาน


    • การเลี้ยงสัตว์ การขนส่ง และการชำแหละ
    เพื่อป้องกันความไม่สบายกาย ความทุกข์ทรมาน และการบาดเจ็บของสัตว์ บริษัทจึงได้นำระบบการเลี้ยงแม่สุกรอุ้มท้องในคอกขังรวมมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่ปี 2543 และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสหภาพยุโรปว่าด้วยเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ รวมถึงข้อกำหนดของลูกค้า ด้วยระบบการเลี้ยงไก่เนื้อที่มีอัตราความหนาแน่นเฉลี่ยอยู่ที่ 33 กิโลกรัมต่อตารางเมตรต่อน้ำหนักตัวไก่ นอกจากนี้ บริษัทยังควบคุมระยะทางในการขนส่งสัตว์ทุกประเภทไม่เกิน 200 กิโลเมตร หรือน้อยกว่าตามมาตรฐานสากลที่บริษัทขอการรับรอง และสัตว์ทุกประเภทจะทำให้หมดความรู้สึกหรือสลบก่อนเข้าเชือดและชำแหละด้วยวิธีสากลและได้รับการยอมรับ อาทิ การใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือการใช้ไฟฟ้าสำหรับสุกร การใช้ไฟฟ้าช็อตในน้ำสำหรับไก่เนื้อ เป็นต้น


    • พันธุวิศวกรรมหรือการโคลนนิ่ง
    บริษัทให้ความสำคัญกับการคัดเลือกและทดสอบสายพันธุ์ตามหลักพันธุกรรมธรรมชาติ โดยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมหรือการโคลนนิ่งในกระบวนการเพาะพันธุ์สัตว์ ทั้งยังมั่นใจได้ว่าคู่ค้าธุรกิจที่ส่งมอบพันธุ์สัตว์รุ่นปู่ย่าและพ่อแม่พันธุ์ดำเนินการวิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์ตามหลักพันธุกรรมธรรมชาติ


    • หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะและสารเร่งการเจริญเติบโต
    ด้วยตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้ยาในสัตว์อย่างไม่ถูกต้องย่อมจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งต่อตัวสัตว์ ผู้เลี้ยง ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาและปัญหายาปฏิชีวนะตกค้างในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก บริษัทจึงมีระเบียบที่เคร่งครัดในการใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับสัตว์เพียงกรณีที่ต้องรักษาสัตว์บาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ซึ่งจะควบคุมและดูแลโดยสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเท่านั้น โดยปราศจากการใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตอันเป็นสารต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่ผ่านการรับรองให้ใช้เฉพาะในคนเท่านั้น หรือยาที่อยู่ในรายการที่เป็นสารต้องห้าม


    นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงนามแสดงเจตจำนงสนับสนุนความพยายามของสหประชาชาติใน การจัดการปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (United Nations efforts to combat antimicrobial resistance) ในการประชุมสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health Summit) เมื่อวันที่ 21-22 กันยายน 2559 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อมีส่วนร่วมพัฒนาห่วงโซ่อาหารโปรตีนจากสัตว์และระบบสุขภาพด้วยแนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว1” ภายใต้ความมุ่งมั่นสำคัญ 5 ประการ ได้แก่


    1. การพัฒนามาตรฐานสากลในการใช้ยาปฏิชีวนะในการปศุสัตว์

    2. การสนับสนุนให้ยุติการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อเร่งการเจริญเติบโต

    3. การพัฒนาระบบการเลี้ยงสัตว์เพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์และลดการใช้ยาปฏิชีวนะ

    4. การพัฒนาบุคลากรทางด้านสัตวแพทยศาสตร์เพื่อการใช้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องและเหมาะสม

    5. การปรับปรุงระบบการตรวจและการรายงานการดื้อยาเพื่อการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ


    • ส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานและอุตสาหกรรม
    นอกเหนือจากการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ภายในฟาร์มบริษัทอย่างเคร่งครัด บริษัทยังได้ส่งเสริมให้ฟาร์มสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ (Contract Farming) ปฏิบัติตามนโยบายและข้อกำหนดด้านสวัสดิภาพสัตว์ของบริษัทด้วย ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องระบบการเลี้ยง อัตราความหนาแน่น การรักษาโรค การขนส่ง การจับ และการเชือด-ชำแหละ
    ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนสัตวแพย์ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทในการทำงานร่วมกับคณะทำงานของกรมปศุสัตว์เพื่อยกระดับแนวปฏิบัติด้านสวัสดิภาพสัตว์ปีกในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสวัสดิภาพสัตว์ให้แก่ลูกค้าและผู้บริโภคผ่านกิจกรรมเยี่ยมชมฟาร์มและโรงงาน โดยมีลูกค้าและผู้บริโภคให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่าปีละ 10,000 คนด้วย


    • การรับรองจากหน่วยงานอิสระ
    ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดของบริษัทได้ผ่านการตรวจประเมินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และรับรองมาตรฐานสินค้า ปศุสัตว์จากกรมปศุสัตว์ ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมถึงการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ รวมถึงสอดคล้องตามระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice :GAP) และหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Manufacturing Practice: GMP) ทั้งนี้ การรับรองมีอายุคราวละ 3 ปี
    มากไปกว่านั้น ธุรกิจไก่เนื้อของบริษัทยังได้รับการรับรองมาตรฐาน QS จาก SGS ประเทศเยอรมนี รายแรกของไทย และ Global GAP จาก Control Union Certifications ประเทศเนเธอร์แลนด์ อีกด้วย

    จากความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสวัสดิภาพสัตว์ข้างต้น บริษัทจึงมั่นใจและรับรองได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารสดไปจนไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ทั้งหมดภายใต้ตราสินค้าของบริษัท ตราสินค้าของลูกค้า รวมถึงจำหน่ายในตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศมาจากฟาร์มที่มีคุณภาพ ถูกสุขอนามัย ปลอดภัยต่อผู้บริโภค


    1 สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) เป็นวิธีการแก้ปัญหาสุขภาพแนวทางใหม่ที่รวมเอาแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสุขภาพสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อนำสู่การมีสุขภาพที่ดีโดยรวม

  • ประกันคุณภาพในห่วงโซ่ความเย็น

    เป็นที่ทราบดีว่า จุดที่มีการโอนย้ายสินค้า (Transfer Points) ถือเป็นจุดที่มีโอกาสเกิดปัญหาการขาดช่วงการควบคุมอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง (Breaking out the Cold Chain) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร

    นับตั้งแต่ปี 2555 บริษัทจึงได้พัฒนาระบบประกันคุณภาพในการขนส่งสินค้าและร้านค้าปลีกเพื่อให้สามารถตรวจวัดและควบคุมอุณหภูมิตลอดห่วงโซ่ความเย็นที่จะช่วยรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าก่อนถึงมือผู้บริโภค โดยมาตรฐานการจัดการห่วงโซ่ความเย็นได้มีการนำไปใช้และผ่านการตรวจสอบ รวมถึงจัดฝึกอบรมให้แก่พนักงานศูนย์กระจายสินค้า พนักงานขับรถส่งสินค้า และพนักงาน ณ จุดจำหน่ายสินค้าของบริษัทและลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีระบบเทคโนโลยีการควบคุมอุณหภูมิที่ติดตั้งไปกับเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถอีกด้วย

    นอกจากนี้ บริษัทยังมีที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ (Product Consultant: PC) ประจำ ณ จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดสรรพสินค้าขนาดใหญ่หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพและให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคอีกด้วย โดย PC ทุกคนจะต้องผ่านการฝึกอบรมทั้งในเรื่องข้อมูลผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยจากหน่วยงานประกันคุณภาพของบริษัท

  • พัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลาย ห่วงใยสุขภาพ

    บริษัทมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารแปรรูป และอาหารปรุงสุกที่หลากหลายทั้งด้านรูปแบบ รสชาติ ขนาด และคุณค่าทางโภชนาการ รวมกว่า 2,000 รายการ



    ขณะเดียวกัน บริษัทยังไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพตาม นโยบายสุขโภชนาการ สำหรับกลุ่มอาหารสดอนามัย กลุ่มโภชนาการเด็กที่เน้นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก และกลุ่มสุขภาวะที่มุ่งลดความเสี่ยงของกลุ่มโรคไม่ติดต่อ 3 โรค ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเส้นเลือดสูง



    บริษัทมองเห็นถึงแนวโน้มของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น ไม่เพียงแต่คุณภาพ ความสะอาด ปลอดภัย และการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ผู้บริโภคยังต้องการอาหารที่ใส่ใจสุขภาพและมีความสมดุล มีคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวต่ำ แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ไฟเบอร์และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย บริษัทคาดการณ์ว่าบริษัทจะออกผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพในสัดส่วนร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกทั้งหมดภายในปี 2563

    ไส้กรอกซีพี

    ผลิตจากเนื้อคุณภาพโปรตีนสูง

    รมควันปลอดภัยไม่มีสารทาร์

    ไม่มีดินประสิว 100 %

  • การสื่อสารข้อมูลด้านสุขโภชนาการแก่ผู้บริโภค

    ด้วยบริษัทเล็งเห็นถึงคุณค่าของการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างถูกต้องและโปร่งใส ที่มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการสนับสนุนและผลักดันให้บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจสูงสุดของผู้บริโภค บริษัทจึงมุ่งเน้นการสื่อสารทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ โดยมุ่งให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ผ่านการแสดงข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และบริการอย่างถูกต้อง สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ

ส่งเสริมการเข้าถึงอาหาร

หมายเหตุ : ข้อมูลผลการดำเนินงานจากกิจการในประเทศไทย