dcsimg

สื่อเผยแพร่

ข่าวสาร องค์กร

2017/07/20

กัมพูชา ชื่นชม ซีพีเอฟ มีการปฏิบัติที่ดีต่อแรงงาน และเป็นต้นแบบอาหารปลอดภัย

คณะวุฒิสมาชิกจากราชอาณาจักรกัมพูชา ยอมรับการปฎิบัติที่ดีต่อแรงงานของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมนำกลับไปเป็นต้นแบบในการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมทั้งพัฒนากระบวนการผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา

 

นายมั่น เชือน สมาชิกสภากัมพูชา และประธานกลุ่มมิตรภาพวุฒิสภากัมพูชา-ไทย กล่าว ในระหว่างนำคณะวุฒิสมาชิกกัมพูชาเดินทางไปเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงานแปรรูปสุกรของ ซีพีเอฟ และศึกษาแนวทางปฏิบัติที่ดีต่อแรงงาน เพื่อนำต้นแบบในการติดตามการจัดจ้างที่ถูกต้องกฎหมายและปฎิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล พร้อมรับทราบสภาพการทำงาน และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกัมพูชาที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการผลิตอาหารปลอดภัยได้มาตรฐานสากล เพื่อนำไปยกระดับภาคเกษตรและการแปรรูปอาหารของกัมพูชา ให้ผู้บริโภคชาวกัมพูชาจะได้เข้าถึงอาหารปลอดภัยคุณภาพสูงมากขึ้น

 

คณะวุฒิสมาชิกกัมพูชา เดินทางมาศึกษาดูงานในประเทศไทยหลายด้านครั้งนี้ในฐานะแขกของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยเข้าเยี่ยมแรงงานกัมพูชาที่ทำงานในโรงงานแปรรูปสุกร ของซีพีเอฟ และศึกษาการปฏิบัติที่ดีต่อแรงงาน ตลอดจนกระบวนการผลิตอาหารปลอดภัยที่ทันสมัย เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับไปต้นแบบในการพัฒนาและยกระดับความทันสมัยของภาคการเกษตรและอาหารแปรรูป

 

“ซีพีเอฟเป็นต้นแบบที่ดีทั้งทางด้านการผลิตอาหารคุณภาพ ปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ มีองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเลี้ยงสัตว์ ที่เราสามารถนำไปยกระดับภาคปศุสัตว์ของกัมพูชา รวมถึงเรียนรู้การดูแลแรงงานที่เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนของซีพีเอฟก็มีความสำคัญต่อประเทศกัมพูชาที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นต้นแบบสำหรับภาคการผลิตของประเทศกัมพูชาให้ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเสมอภาค ได้มาตรฐานสากลต่อไป” นายมั่น เชือนกล่าว  

 

นายมั่น เชือนกล่าวต่อว่า ประเทศกัมพูชากำลังพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม การเรียนรู้สิ่งที่ดีๆ จากประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย ทั้งเรื่องการผลิตอาหารปลอดภัยทั้งห่วงโซ่ การดูแลแรงงานที่ดีของภาคเอกชน จึงเป็นประโยชน์ที่จะนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาภาคเกษตรและการผลิตอาหาร โดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ในกัมพูชาให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพื่อประชากรกัมพูชาทั้งประเทศ 15 ล้านคนได้สามารถเข้าถึงอาหารคุณภาพสูง และปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจประเทศกัมพูชากำลังเติบโต มีการลงทุนด้านต่างๆ การศึกษาการพัฒนาฝีมือแรงงาน และการปฏิบัติต่อแรงงานที่ดีจากซีพีเอฟ

 

“ดีใจและสบายใจที่ได้เห็นพี่น้องชาวกัมพูชาที่ทำงานกับซีพีเอฟทุกคนได้รับการจัดจ้างอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับการปฏิบัติที่เสมอภาคและเท่าเทียม ทุกคนได้เงินเดือนและสวัสดิการเหมือนกับแรงงานคนไทย แต่ละคนสามารถเก็บเงินส่งให้ครอบครัวได้เดือนละ 4,000 – 10,000 บาท ซึ่งต้องยอมรับว่ามีส่วนช่วยสร้างคุณภาพชีวิต ของประชาชนชาวกัมพูชาให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายมั่น เชือนกล่าว

 

“จากการพูดคุยกับพี่น้องชาวกัมพูชา จึงมีความมั่นใจว่าซีพีเอฟเป็นต้นแบบของผู้ประกอบการไทยที่มุ่งมั่นการผลิตอาหารที่ได้มาตรฐานสากลเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมกับให้ความใส่ใจและปฏิบัติต่อแรงงานชาวกัมพูชาอย่างเท่าเทียม เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน” นายมั่น เชือนกล่าว

 

“จากการเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปสุกร แปดริ้ว ซีพีเอฟ ได้เรียนรู้ต้นแบบการผลิตอาหารที่ได้มาตรฐาน และการบริหารจัดการแรงงานสอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลของซีพีเอฟ เพื่อไปใช้พัฒนาภาคการผลิตอาหารของประเทศและพี่น้องชาวกัมพูชาได้พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เป็นแรงงานคุณภาพที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย และรองรับการเติบโตทางภาคการผลิตของประเทศกัมพูชาในอนาคตอีกด้วย” นายมั่น เชือนกล่าว

 

นายนิธิวัชร์ จิรายุธัญวัฒน์  รองกรรมการผู้จัดการ โรงงานแปรรูปสุกร แปดริ้ว ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตอาหารปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล ส่งเสริมให้ผู้บริโภคไทยและทั่วโลกได้บริโภคอาหารคุณภาพสูง ปลอดภัย ควบคู่กับยึดมั่นปฏิบัติต่อแรงงานทุกคนในห่วงโซ่การผลิตอาหารอย่างเสมอภาค เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ  ตามความมุ่งมั่นที่ประกาศไว้ในนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัท และสอดคล้องตามแนวทางสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งมาตรฐานแรงงานไทย ในขณะที่ บริษัทฯ ส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้าธุรกิจ และเกษตรกรในห่วงโซ่การผลิตของบริษัทเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง และก่อนหน้านี้ ผู้ช่วยทูต ด้านแรงงาน สถานทูตกัมพูชายังได้มาเยี่ยมชมการปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติของโรงงานฯ และโรงงานแปรรูปสุกร แปดริ้ว ยังได้รับเกียรติบัตรยกย่องกระทรวงแรงงาน ประเทศกัมพูชา เป็นองค์กรต้นแบบในการดูแลแรงงานต่างชาติที่ดี ถูกต้องและสอดคล้องตามสิทธิมนุษยชน