dcsimg

สื่อเผยแพร่

ข่าวสาร องค์กร

2016/12/26

จังหวัดลำพูน ร่วมกับ ซีพีเอฟ ส่งมอบ 3 โครงการเพื่อสังคม

จังหวัดลำพูน ร่วมกับ ซีพีเอฟ ส่งมอบ 3 โครงการเพื่อสังคม  
ส่งเสริมโภชนาการที่ดีสู่เยาวชน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต

จังหวัดลำพูน ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งมอบ “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ปี 2560 เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดอื่นรวม 56 โรงเรียนทั่วประเทศ ได้รับโปรตีนและโภชนาการอาหารครบถ้วน ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นที่ 27 มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 660 โรงเรียน

 

นายวีระชัย ภู่เพียงใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผุ้บริหาร ซีพีเอฟ ร่วมกันเป็นผู้ส่งมอบโครงการดังกล่าวให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 56 โรงเรียน ซึ่งเป็นแห่งที่ 605-660 เพื่อให้เยาวชนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า 

นายวีระชัย ภู่เพียงใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวในพิธีเปิดงานในครั้งนี้ ว่า ในนามของจังหวัดลำพูนและประชาชนชาวลำพูน และทุกภาคส่วนขอขอบคุณซีพีเอฟที่ได้ดำเนินโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งมอบโครงการต่าง ๆ ในวันนี้ สะท้อนให้เห็นความตั้งใจจริงของซีพีเอฟที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ด้อยโอกาสมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมไทย ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ 

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯมีนโยบายในการขับเคลื่อนธุรกิจตามวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ด้วยนวัตกรรมที่ก้าวหน้าควบคู่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกัน่ยังได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่หลากหลายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านยุทธศาสตร์ 3 เสาหลักสู่ความยั่งยืน “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน ดินน้ำป่าคงอยู่” เพื่อสร้างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท ตามลำดับ

 โครงการนี้ เป็นการรวมพลังองค์กรทั้งผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของบริษัทฯลงพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการโดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูงให้แก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ  โดยมีโรงเรียนบ้านหนองปลาสะวาย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เป็นตัวแทนในการรับมอบโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว


สำหรับโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เป็นโครงการที่ ซีพีเอฟ ร่วมมือกับ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2532 มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกลได้บริโภคอาหารที่มีโภชนาการอย่างเพียงพอ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในการผลิตอาหารปลอดภัย เป็นวิชาชีพติดตัวต่อไปในอนาคต ตลอดระยะเวลาดำเนินการมากว่า 27 ปี มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 604 แห่ง สามารถส่งเสริมเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลกว่า 140,000 คน ให้มีสุขภาพอนามัยที่ดี เติบโตสมวัย ให้นักเรียนได้บริโภคไข่ไก่สดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 มื้อ หรือ 120 ฟอง/คน/ปี  เป็นการลดภาวะทุพโภชนาการ และสร้างแหล่งเรียนรู้เพื่อการเลี้ยงชีพในอนาคต
ซีพีเอฟ จะเป็นผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีอันทันสมัยในส่วนของโรงเรือนและอุปกรณ์  พันธุ์ไก่ไข่ อาหาร และมีพนักงานจิตอาสาถ่ายทอดความรู้และวิธีการเลี้ยงไก่ ตลอดจนการบริหารจัดการครบวงจร ให้แก่ครูและนักเรียนได้ผลิตไข่ไก่ เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตอาหารกลางวันแก่นักเรียน ได้บริโภคไข่ไก่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 มื้อ หรือ 120 ฟองต่อคนต่อปี และสามารถนำผลผลิตไข่สดที่เหลือจากบริโภคจำหน่ายให้ชุมชน ขณะเดียวกัน ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอาชีพของเยาวชนเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพเลี้ยงตนเองในอนาคตได้อีกด้วย 

ในการนี้ ซีพีเอฟ ยังใส่ใจในการส่งต่อโภชนาการที่ดีและอาหารคุณภาพให้กับ  “กลุ่มผู้สูงวัย” ผ่านโครงการ “กองทุน ซีพีเอฟ คืนสุขผู้สูงวัย” ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตโดยบริษัทได้เข้าไปดูแลผู้สูงวัยที่มีฐานะยากจน ถูกทอดทิ้ง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และไม่มีผู้อุปการะดูแล ซึ่งแต่ละเดือนจะมีผู้บริหารและพนักงานซีพีเอฟจิตอาสาผลัดเปลี่ยนกันลงพื้นที่ไปเยี่ยมและมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค ตลอดจนเบี้ยยังชีพ ให้กับผู้สูงวัยที่เข้าร่วมโครงการ 741 คน ทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณรวมกว่า 66 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำผ้าห่มจาก “โครงการซีพีเอฟ เคียงข้างคนไทย ช่วยภัยหนาว” ปีที่ 7  มามอบให้พี่น้องชาวจังหวัดลำพูนที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น  นับเป็นหนึ่งกิจกรรมภายใต้ “โครงการกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย ประธานธนินท์ เจียรวนนท์ เคียงข้างคนไทย ช่วยภัยหนาว” ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 โดยบริษัทได้มอบผ้าห่มแก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั่วประเทศไปแล้วกว่า 200,000 ผืน มูลค่ารวมกว่า 47 ล้านบาท